บริษัท เดอะสตีล จำกัด (มหาชน)

ได้เริ่มก่อตั้งเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2534 ในนามบริษัท ไทยง้วนเมทัล จำกัด (มหาชน) บริษัทดำเนินธุรกิจเป็นผู้ให้บริการจัดหา แปรรูปและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหล็กที่มีความหลากหลายของผลิตภัณฑ์มากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ โดยบริษัทจะพิจารณาจากความต้องการของผู้บริโภคเป็นหลักแล้วจัดรูปแบบของสินค้าให้ตรงตามความต้องการ พร้อมทั้งจัดส่งสินค้าให้กับผู้บริโภค ตามสถานที่และเวลาที่กำหนด

oo18
บริษัทได้เพิ่มทุนจดทะเบียนและเรียกชำระจาก 20 ล้านบาท เป็น 50 ล้านบาทในเดือนสิงหาคม เพื่อขยายกำลังการผลิตของบริษัท และต่อมาในเดือนธันวาคม บริษัทได้เพิ่มทุนจดทะเบียนและเรียกชำระจาก 50 ล้านบาท เป็น 100 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มเติม

ปี 2542

ปี 2542

oo18
บริษัทได้เพิ่มทุนจดทะเบียนและเรียกชำระจาก 20 ล้านบาท เป็น 50 ล้านบาทในเดือนสิงหาคม เพื่อขยายกำลังการผลิตของบริษัท และต่อมาในเดือนธันวาคม บริษัทได้เพิ่มทุนจดทะเบียนและเรียกชำระจาก 50 ล้านบาท เป็น 100 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มเติม

ปี 2546

oo17
บริษัทได้เพิ่มทุนจดทะเบียนและเรียกชำระจาก 100 ล้านบาท เป็น 300 ล้านบาทในเดือนธันวาคม เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียน และขยายกำลังการผลิต
oo20
บริษัทได้เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 300 ล้านบาท เป็น 400 ล้านบาทในเดือนมิถุนายน และเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ (PAR) จากราคาหุ้นละ 100 บาท เป็นราคาหุ้นละ 1 บาท โดยกำหนดให้มีการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนที่ออกใหม่แก่ประชาชนจำนวน 100 ล้านหุ้น และบริษัทได้จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2549

ปี 2549

ปี 2549

oo20
บริษัทได้เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 300 ล้านบาท เป็น 400 ล้านบาทในเดือนมิถุนายน และเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ (PAR) จากราคาหุ้นละ 100 บาท เป็นราคาหุ้นละ 1 บาท โดยกำหนดให้มีการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนที่ออกใหม่แก่ประชาชนจำนวน 100 ล้านหุ้น และบริษัทได้จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2549

ปี 2550

oo19

บริษัทได้เป็นบริษัทหลักทรัพย์จดทะเบียนและเริ่มทำการซื้อขายวันที่ 9 สิงหาคม 2550 เป็นต้นไป โดยจัดอยู่ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง หมวดอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง และใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “TYM”

oo21
บริษัทได้เปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นสามัญจากมูลค่าหุ้นละ 1 บาท จำนวน 400 ล้านหุ้น เป็นมูลค่าหุ้นละ 0.10 บาท จำนวน 4,000 ล้านหุ้น และบริษัทได้มีการก่อตั้งบริษัท ไทยง้วนลอจิสติกส์ จำกัด โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อประกอบธุรกิจขนส่งสินค้า ( ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น บริษัท เดอะ สตีล โลจิสติกส์ จำกัด )

ปี 2551

ปี 2551

oo21
บริษัทได้เปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นสามัญจากมูลค่าหุ้นละ 1 บาท จำนวน 400 ล้านหุ้น เป็นมูลค่าหุ้นละ 0.10 บาท จำนวน 4,000 ล้านหุ้น และบริษัทได้มีการก่อตั้งบริษัท ไทยง้วนลอจิสติกส์ จำกัด โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อประกอบธุรกิจขนส่งสินค้า ( ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น บริษัท เดอะ สตีล โลจิสติกส์ จำกัด )

ปี 2552

oo22
บริษัทได้มีการก่อตั้งบริษัท ที.วาย.เค. อุตสาหกรรม จำกัด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจรับจ้างผลิตท่อเหล็กดำ ( ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น บริษัท เดอะ สตีล อินดัสทรี จำกัด )
oo16
บริษัทได้จดทะเบียนเพิ่มทุนอีก 100 ล้านบาท รวมเป็นทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาท ในเดือนมิถุนายน เพื่อรองรับการแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ โดยการออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 1,000 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.10 บาท

ปี 2554

ปี 2554

oo16
บริษัทได้จดทะเบียนเพิ่มทุนอีก 100 ล้านบาท รวมเป็นทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาท ในเดือนมิถุนายน เพื่อรองรับการแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ โดยการออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 1,000 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.10 บาท

ปี 2557

oo7
บริษัทจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนชำระแล้วจากเดิม 400,000,000 บาท เป็น 400,005,080 บาท และบริษัท ไทยง้วนเมทัล จำกัด ( มหาชน ) ได้จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น บริษัท เดอะ สตีล จำกัด ( มหาชน ) เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2557
oo13

บริษัทเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับบุคคลในวงจำกัด
(Private Placement) จำนวน 150 ล้านหุ้น ราคาเสนอขาย 5.00 บาท ต่อหุ้น ทำให้บริษัทมีทุนจดทะเบียนเพิ่มจากเดิม 400,005,080 บาท เป็น 550,005,080 บาท

ปี 2558

ปี 2558

oo13

บริษัทเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับบุคคลในวงจำกัด
(Private Placement) จำนวน 150 ล้านหุ้น ราคาเสนอขาย 5.00 บาท ต่อหุ้น ทำให้บริษัทมีทุนจดทะเบียนเพิ่มจากเดิม 400,005,080 บาท เป็น 550,005,080 บาท

ปี 2558 – 2560

oo10

บริษัทซื้อทรัพย์สินเพื่อใช้ในการประกอบธุรกิจ ทำให้บริษัทมีสาขาที่จังหวัดสมุทรสาครเพิ่ม คือ สาขา 2 (บางน้ำจืด )และ สาขา 3 (นาดี)

oo15

บริษัทจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นสามัญที่ตราไว้ของบริษัท จากเดิมมูลค่าหุ้นละ 1.00 บาท (หนึ่งบาท) เป็นมูลค่าหุ้นละ 0.50 บาท (ห้าสิบสตางค์) ส่งผลให้หุ้นสามัญของบริษัทมีจำนวนเพิ่มขึ้นจากเดิม 550,005,080 หุ้น เพิ่มขึ้นเป็น 1,100,010,160 หุ้น และบริษัทเพิ่มทุนจดทะเบียนจากเดิมจำนวน 550,005,080 บาท เป็น 825,007,620 บาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 550,005,080 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท เพื่อรองรับการใช้สิทธิแปลงสภาพตามใบสำคัญแสดงสิทธิครั้งที่ 2 ที่จะเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทตามสัดส่วนการถือหุ้น

ปี 2560

ปี 2560

oo15

บริษัทจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นสามัญที่ตราไว้ของบริษัท จากเดิมมูลค่าหุ้นละ 1.00 บาท (หนึ่งบาท) เป็นมูลค่าหุ้นละ 0.50 บาท (ห้าสิบสตางค์) ส่งผลให้หุ้นสามัญของบริษัทมีจำนวนเพิ่มขึ้นจากเดิม 550,005,080 หุ้น เพิ่มขึ้นเป็น 1,100,010,160 หุ้น และบริษัทเพิ่มทุนจดทะเบียนจากเดิมจำนวน 550,005,080 บาท เป็น 825,007,620 บาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 550,005,080 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท เพื่อรองรับการใช้สิทธิแปลงสภาพตามใบสำคัญแสดงสิทธิครั้งที่ 2 ที่จะเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทตามสัดส่วนการถือหุ้น

ปี 2563

oo14

บริษัทจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนชำระแล้วจากเดิม 550,005,080 บาท เป็น 551,030,692.50 บาท